
เสียงของกองเชียร์เอฟเวอร์ตันสะท้อนชัดเจนจากข้อความบนผ้าพันคอและบทเพลงของแฟนบอลที่เดินทางไปเชียร์ทีมถึงบอร์นมัธ หลังข่าวว่าบอร์ดบริหารตกลงรับข้อเสนอ 40 ล้านปอนด์จากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เพื่อปล่อย แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง ดาวรุ่งอะคาเดมีที่หลายคนมองว่าเป็นอนาคตของสโมสร ความไม่พอใจของแฟนบอลทำให้ดีลต้องถูกยกเลิกในเวลาต่อมา และยิ่งตอกย้ำว่าเอฟเวอร์ตันในวันนี้ยังคงมีสายใยอารมณ์ร่วมกับนักเตะที่เติบโตมาจากระบบเยาวชนของตัวเองอย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหน้าต่างซื้อขายปิดลง ปัญหาใหม่ก็โผล่ขึ้นมาทันที เพราะขุมกำลังของทีมเล็กลงกว่าเดิมอย่างน่ากังวล โดยนับเฉพาะผู้เล่นนอกเหนือจากผู้รักษาประตูแล้วมีเพียง 18 คน และยังไม่มีทั้งกองหน้าตัวสำรองกับแบ็กซ้ายสำรอง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คำถามใหญ่เกิดขึ้นตามมา ว่าสโมสรที่ตั้งเป้ากลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปจะเดินหน้าอย่างไรด้วยทรัพยากรที่จำกัดเช่นนี้ เกมเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 จากประตูตีเสมอในช่วงทดเวลานาที 90+6 ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมภายใต้ เดวิด มอยส์ ได้เป็นอย่างดี แม้รูปเกมจะเปิดแลกกันอย่างสนุกและมีโอกาสรวมกันถึง 32 ครั้ง แต่ความต่างสำคัญอยู่ที่ความเฉียบคมของทีมเยือนและตัวสำรองที่พร้อมเปลี่ยนเกม ขณะที่เอฟเวอร์ตันไม่มีออปชันแบบนั้นให้ใช้อย่างเต็มที่
แม้มอยส์จะไม่ใช่โค้ชสมบูรณ์แบบ แต่เขาเป็นคนที่เหมาะกับเอฟเวอร์ตันในช่วงเวลานี้ เพราะเข้าใจแรงกดดันและความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาของแฟนบอลได้ดี การไล่ตีเสมอบอร์นมัธในช่วงทดเจ็บ และการแบ่งแต้มกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในจังหวะท้ายเกม ล้วนบ่งบอกว่าความเชื่อมั่นและสปิริตยังเป็นส่วนสำคัญของทีมชุดนี้ กระนั้น ความไม่แน่นอนเรื่องอนาคตของสโมสรและข่าวการมองหานักลงทุนใหม่ก็ทำให้บรรยากาศกลับมาสั่นคลอนอีกครั้ง ทั้งที่เอฟเวอร์ตันเพิ่งมีเจ้าของใหม่มาไม่ถึงสองปีเต็ม สุดท้ายแล้ว หากทีมจะยืนระยะได้จริง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความสามัคคีระหว่างโค้ช นักเตะ สตาฟฟ์ และกองเชียร์ เพราะสำหรับเอฟเวอร์ตันในตอนนี้ หัวใจและความเชื่อมั่นอาจมีความหมายไม่แพ้คุณภาพในสนามเลยทีเดียว